‘คอนโดไทย’ ตัวกลางทางรอด ‘ห้องเช่า’ ดิสรัปธุรกิจนายหน้าอสังหา

‘คอนโดไทย’ ตัวกลางทางรอด ‘ห้องเช่า’ ดิสรัปธุรกิจนายหน้าอสังหา

ทุกวันนี้การซื้อขายหรือให้เช่าคอนโดล้วนมีรายละเอียดปลีกย่อย รวมถึงมีผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลายฝ่ายเข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้อดีตวิศวกรมองเห็นลู่ทางการสร้างธุรกิจ ด้วยการทำหน้าที่เป็นตัวกลางบริหารจัดการให้ทุกฝ่ายทำงานได้ดียิ่งขึ้น ภายใต้แพลตฟอร์ม “คอนโดไทย”

“คอนโดไทย (Condothai)” เป็นแพลตฟอร์มให้เช่าและขายคอนโด ที่เป็นแหล่งรวมของนายหน้า โดยมีจุดเด่นคือการช่วยให้เจ้าของปล่อยเช่าและขายคอนโดได้อย่างรวดเร็ว

ปิดตำราตามรอยมหาเศรษฐี

ศักดิ์สิทธิ์ เลิศไฝ่คุณธรรม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท คอนโดไทย จำกัด สำเร็จการศึกษาจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ทำงานตามสายที่เรียนมาด้วยการเป็นวิศกรอยู่ประมาณ 7 ปี กระทั่งปี 2559 หันมาเอาดีทางด้านธุรกิจอีเว้นท์ ซึ่งในขณะนั้นเพื่อนชักชวนให้เข้าสู่วงการอสังหาริมทรัพย์ด้วยการ “ขายใบจองคอนโด” อีกวิธีการลงทุนที่ใช้ต้นทุนต่ำแต่ได้กำไรเร็ว

ประกอบกับตัวเขาเองก็มีความเชื่อที่เกิดจากอ่านประวัติคนร่ำรวย พบว่าล้วนมีความเกี่ยวข้องกับธุรกิจอสังหา และหากเขาเข้ามาอยู่ในแวดวงนี้ได้ก็อาจจะประสบความสำเร็จเหมือนกับบุคคลเหล่านั้น จึงกลายเป็นแพชชั่นส่วนตัวที่ทำให้เห็นโอกาสของตลาดคอนโดไทย จึงได้เบนเข็มสู่การทำธุรกิจด้านอสังหาเต็มตัวตั้งแต่นั้นมา ผ่านการรวมกลุ่มนักลงทุนกว้านซื้อใบจองแบบเหมาล็อตจากทางผู้พัฒนาโดยเฉพาะช่วงก่อน Presale ทำให้ชื่อ “คอนโดไทย” เป็นที่รู้จักในวงกว้าง

ต่อมาเมื่อธุรกิจซื้อขายใบจองเริ่มเข้าสู่สภาวะล้นตลาด เขาจึงตัดสินใจทรานส์ฟอร์มธุรกิจเพื่อสร้างหนทางรอด พลิกเกมการขายเป็นปล่อยเช่าคอนโดระยะสั้น พร้อมกับสร้างแพลตฟอร์มที่รวมเป้าหมาย 4 กลุ่มไว้ด้วยกัน ได้แก่ 1.กลุ่มเจ้าของห้อง คอนโดไทยจะเป็นช่องทางในการช่วยขายหรือปล่อยเช่าได้สะดวกและรวดเร็วกว่าเดิม 2.กลุ่มพาร์ทเนอร์ที่ต้องการสร้างรายได้เสริมจากค่าคอมมิชชั่น โดยไม่จำเป็นต้องทำการปิดการขายหรือการทำสัญญาใดๆ

3.กลุ่มนายหน้ามืออาชีพ (เอเย่นต์) ที่เป็นเสมือน Condothai Rider นำทักษะความสามารถช่วยปิดการขายให้กับลูกค้าของคอนโดไทยได้ และก็จะได้ส่วนแบ่งตรงจุดนั้น และสุดท้าย 4.กลุ่มลูกค้าที่ต้องการซื้อหรือเช่า

“สิ่งที่คอนโดไทยทำคือ บริหารแพลตฟอร์มและกลุ่มคนทั้ง 4 กลุ่มให้สามารถทำงานภายใต้อีโคซิสเต็มเดียวกัน ครอบคลุมการทำงานทั่วทั้งประเทศ ทำให้ปัจจุบันมีผู้ใช้งานแพลตฟอร์มที่เป็นสมาชิกกว่า 5 หมื่นคน แบ่งออกเป็นพาร์ทเนอร์ที่ผ่านการอบรม 4 พันกว่าคน ปล่อยห้องไปแล้วกว่า 750 ห้อง ในระยะเวลาเกือบ 3 ปี”

ศักดิ์สิทธิ์ เล่าต่อไปว่า บิซิเนสโมเดลของคอนโดไทยคือ B2B2C ซึ่งมีจุดเด่นที่ต่างจากมาร์เก็ตเพลส นั่นคือการเป็น One Stop Service ทำให้ห้องทั้งหมดปิดดีลกับเจ้าของไม่ใช่นายหน้า

พลิกเกมการขายกู้วิกฤติ

แต่ใครจะไปคาดคิดว่าภายในการดำเนินการที่กำลังอยู่ในสภาพคล่อง กลับต้องประสบกับวิกฤติจนได้ เมื่อโควิด-19 เข้ามาเคาะประตูคอนโดไทย แน่นอนว่าเมื่อเศรษฐกิจไม่ดี รัฐบาลส่งเสริมให้คนอยู่บ้าน รวมทั้งมาตรการของธนาคารแห่งประเทศไทยในเรื่องของ LTV และการปล่อยกู้ที่ยากขึ้น ทำให้ตลาดการซื้อขายถดถอยลงไปกว่า 70-80% แต่ยอดของการเช่าหายไปประมาณ 30%

อย่างไรก็ตาม วิกฤติโควิดทำให้ตลาดผู้เช่าเปลี่ยนไปจากเดิมที่เป็นชาวต่างชาติและคนไทย ก็กลายเป็นคนไทยเกือบ 100% กระนั้นอัตราการเช่าปีนี้ก็เติบโตถึง 20% จากปีที่ผ่านมา

“เราพยายามหาจุดเด่นของแพลตฟอร์ม จึงได้ทำการขยายบริการให้กว้างขึ้น ตอบโจทย์ผู้บริโภคกลุ่ม Medical Tourism ที่มาอยู่ในไทยไม่เกิน 6 เดือน หรือนักศึกษาฝึกงานที่กำลังมองหาห้องพักในระยะสั้น ช่วยให้เจ้าของมีช่องทางสร้างรายได้จากการปล่อยเช่าเพิ่มขึ้นด้วย”

ขณะเดียวกันได้เปิดแพลตฟอร์มใหม่ “Propso.com” ขยายจากคอนโดไปยังบ้าน ทาวน์โฮม อาคารพาณิชย์ และโฮมออฟฟิศ แบบ One Stop Service สร้างรายได้ให้ผู้แนะนำลูกค้า 50% ของค่าคอมมิชชั่น

ทั้งนี้ บทเรียนจากสถานการณ์โควิดทำให้มีการทำ Scenario Planning คือ 1.แย่สุด ทุกอย่างล็อกดาวน์จะต้องเตรียมแผนและเบรคบางส่วนที่กำลังบุก 2.ระดับกลาง ที่เปิดและปิดประเทศ ปัญหาที่เจอคือบางคอนโดเปิดให้เช่า บางที่ปิด จึงต้องทำงานให้หนักและละเอียดขึ้น 3.ดีที่สุด เมื่อทุกอย่างเปิดจะต้องวางแผนการทำงาน และการขยายทีมเพิ่มขึ้น

โฟกัสอีโคซิสเต็มเป็นหลัก

ความท้าทายสำคัญในการดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับสตาร์ทอัพนั่นคือ “เป้าหมาย” เมื่อต้องการที่จะดิสรัปวงการนายหน้า จึงต้องมองภาพใหญ่ทั้งประเทศ เพราะ “นายหน้า” ในไทยเป็นสิ่งที่ยังไม่ถูกจัดระเบียบ ซึ่งอาจจะเกิดการเอารัดเอาเปรียบ เนื่องจากไม่มีมาตรฐานตรงกลาง

ส่วนภาพรวมการปล่อยเช่าตลาดคอนโด เขามองว่า เกิดการแข่งขันที่รุนแรง ที่ไม่ได้เกิดจากบรรดานายหน้าที่แข่งขันกันเอง แต่จะมีเจ้าของห้องลงมาทำการตลาดออนไลน์ด้วยเช่นกัน รวมถึงเจ้าของที่เป็นเจ้าของผู้ดำเนินโครงการ ของบริษัทแบรนด์ต่างๆ ที่มีโปรโมชั่นเยอะมาก ทำให้ตลาดแข่งขันกันสูง

ดังนั้น กลยุทธ์สำคัญคอนโดไทยจึงต้องพยายามทำอีโคซิสเต็มให้แข็งแรง บวกกับให้ความสัมพันธ์กับพาร์ทเนอร์ที่มี Relationship กับบุคคลต่างๆ อาทิ ญาติ เพื่อน ที่คอนโดไทยและนายหน้าทั่วไปไม่สามารถเข้าถึง

สุดท้ายนี้ เขาย้ำว่า แนวทางที่จะทำให้ธุรกิจยั่งยืน นั่นคือ การมีบทบาทในอีโคซิสเต็ม ซึ่งคอนโดไทยชัดเจนว่า “เราเป็นคนที่สร้างอาชีพให้คน” ดังนั้น ทุกกลุ่มจึงจำเป็นต้องพึ่งพา และนั่นจะเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้เติบโตและยั่งยืน